สารต้านอนุมูลอิสระเป็นเกราะป้องกันผิวชราก่อนวัย

ผิวของชาวเอเชียเป็นอย่างไร ควรดูแลส่วนไหนเป็นพิเศษ
1 กันยายน 2562
วิธีการสครับผิวให้เหมาะกับผิวแต่ละประเภท
1 กันยายน 2562

สารต้านอนุมูลอิสระเป็นเกราะป้องกันผิวชราก่อนวัย

ลักษณะผิวพรรณเป็นปัจจัยภายนอกที่บอกถึงความชราอย่างชัดเจน ความเสื่อมของเซลล์ผิวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตามธรรมชาติ เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วจะหลุดออกไป สร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนเป็นวงจรของผิวทุก 3-4 สัปดาห์ เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวของเราจะค่อยๆ ลดความยืดหยุ่นและบางลง การผลัดเซลล์ผิวจะเริ่มช้าลง ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่งสดใส ผิวขาดความยืดหยุ่นและส่วนใหญ่เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร  นี้เป็นผลมาจากอนุมูลอิสระในร่างกายซึ่งเป็นโมเลกุลที่เกิดจากปัจจัยความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่และรังสี UV จากแสงแดด การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุจากผักและผลไม้สร้างสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากการรับประทานถูกหลักโภชนาการแล้ว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือสารแอนตี้ออกซิแดนท์เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่มาทดแทนตามธรรมชาติ ชะลอความชราทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์

ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงจำนวนมากที่จำหน่ายในท้องตลาดมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับสภาพผิวให้สมดุลมีความยืดหยุ่นมากขึ้น หมดปัญหาผิวหย่อนคล้อย กระ ฝ้า และจุดด่างดำ เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมองหาส่วนประกอบของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ 9 ชนิดที่พบบ่อยในครีมบำรุงผิว ดังต่อไปนี้

1.วิตามินอี

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในผิวหนังและพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น ผัก เมล็ดพืช และเนื้อสัตว์ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย กระ ฝ้า รอยแผลเป็น และจุดด่างดำ ซึ่งแตกต่างจากวิตามินอื่นๆ ผิวได้รับประโยชน์จากวิตามินอีในครีมทาผิว บำรุงให้ชุ่มชื้นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ปรับสภาพผิวหนังให้เนียนนุ่ม สมานแผลและป้องกันรอยแผลเป็นอย่างรวดเร็ว

วิตามินอีมีให้เลือก 2 แบบคือ อัลฟาโทโคฟีรอล เป็นแอลกอฮอล์ไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุดและต้านอนุมูลอิสระได้ดี และแอลฟาโทโคฟีรอลอะซิเตท มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มักจะเป็นยารับประทานและยาฉีด วิตามินอีเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด สังเกตได้จากครีมบำรุงผิวจะมีสีเข้มขึ้นและมีกลิ่นเหม็นหืน

2.วิตามินซี

วิตามินซีเป็นสารอาหารที่มาจากผักและผลไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ด้านการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ให้ความชุ่มชื้น ป้องกันและรักษาการอักเสบ ช่วยรักษาแผลเป็นจากสิวและลดเลือนริ้วรอย แม้ว่าคุณสมบัติของวิตามินซีจะสลายรวดเร็วและละลายในน้ำได้ดีทำให้ดูดซึมเข้าผิวไม่ได้ แต่เทคโนโลยีการพัฒนาเครื่องสำอางที่ทันสมัยทำให้วิตามินซีละลายน้ำน้อยลง เพิ่มคุณสมบัติละลายในน้ำมัน จึงมีผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผสมวิตามินที่ดูดซึมเข้าผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ

3.ไลโคปีน

ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพและร่างกายคนเราสร้างเองไม่ได้ พบในผลไม้และผักสีแดง เช่น มะเขือเทศและฟักข้าว นอกจากจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับชะลอการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและลดความเสียหายของดีเอ็นเอที่ทำให้เกิดริ้วรอย ไลโคปีนดูดซึมเข้าผิวหนังได้ง่าย แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของไลโคปีน จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมาก

4.ชาเขียว

ชาเขียวกลายเป็นหนึ่งในสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยดูแลทุกอย่างตั้งแต่โรคหัวใจและมะเร็ง ช่วยชะลอความเสื่อมในวัยชรา การวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อผิวพบว่าสารสกัดจากชาเขียวที่เรียกว่า แคเทชิน (Catechins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้าบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น สามารถซ่อมแซมความเสียหายของเซลล์ผิว ลดอาการอักเสบจากการถูกแดดเผา มีประสิทธิภาพในการป้องกันแบคทีเรีย ลดอาการบวมอักเสบของผิวหนัง ลดเลือนรอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย คุณสมบัติเด่นของชาเขียวอีกหนึ่งข้อ คือช่วยขจัดสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากผิวได้

4.เมล็ดกาแฟ

กาแฟมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว เป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิวที่จำหน่ายในท้องตลาด เนื่องจากมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมีสรรพคุณช่วยปรับสภาพเซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ใบหน้าผ่องใสเปล่งปลั่งและยืดหยุ่นขึ้น ช่วยต่อต้านริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบของผิวด้วย

5.เรสเวอราทอล

เรสเวอราทอล (Resveratrol) เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ พบได้ทั่วไปในองุ่น ถั่ว ผลไม้ และไวน์แดง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันความเสียหายจากรังสี UVB ที่ทำลายชั้นผิวหนัง ช่วยยืดอายุเซลล์ผิว ชะลอความชราและต่อต้านริ้วรอย ลดอาการอักเสบบวมของแผลผิว พร้อมทั้งบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี

6.เมล็ดองุ่น

สารสกัดจากเปลือกและเมล็ดองุ่นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีประสิทธิภาพของวิตามินซีและอีที่ดูดซึมง่าย เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน รักษาสภาพผิวให้แข็งแรงและเรียบเนียนเสมอ บำรุงผิวจากภายในเพื่อรักษากระ ฝ้า จุดด่างดำ กระชับผิวหย่อนคล้อยและชะลอริ้วรอยก่อนวัย เติมเต็มผิวพรรณให้สดใสมีชีวิตชีวา พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะต่างๆ

7.จีนิสทีน

จีนิสทีน (Genistein) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในถั่วเหลือง มีฤทธิ์ในการยั้งยับการทำลายผิวที่ไหม้แดดจากรังสี UV มีการนำมาใช้ในครีมบำรุงผิวโดยเฉพาะหรือเสริมทางโภชนาการเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVB ที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย

8.วิตามิน B3

วิตามิน B3 หรือ Niacinamide เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมาก มีคุณสมบัติต้านการอักเสบของผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ผิวกระชับเนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ลดรอยแดงจากสิว ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเห็นชัดเจนเมื่ออายุมากขึ้น ครีมบำรุงผิวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวควรตรวจสอบส่วนผสมที่มีประโยชน์ ขจัดสารอนุมูลอิสระที่อยู่ในร่างกาย ดูแลผิวให้มีสุขภาพดีอย่างเพียงพอและพร้อมเผชิญกับมลภาวะในแต่ละวัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *